แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การส่งบทความวิจัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การส่งบทความวิจัย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร

(RMUTP RESEARCH JOURNAL)

ข้อกำหนดวารสาร

     วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร เป็นวารสารสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดผลงานวิจัยและผลงานวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index Centre, TCI Centre) โดยผ่านการรับรองคุณภาพของ TCI และจะได้รับคัดเลือกเข้าสู่ฐานข้อมูล ASEAN Citation Index (ACI) ต่อไป และได้รับการจัดระดับคุณภาพวารสารวิชาการภายในประเทศ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. ลักษณะของบทความที่ตีพิมพ์
  1. บทความที่รับตีพิมพ์เป็นบทความสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น
  2. รับตีพิมพ์บทความทั้งบทความวิจัยและบทความวิชาการ
  3. การเสนอต้นฉบับเพื่อการตีพิมพ์ ผู้เขียนต้องไม่เสนอบทความฉบับเดียวกันกับที่เคยตีพิมพ์ในวารสารอื่นมาก่อน  เว้นแต่ผ่านการเรียบเรียงใหม่
  4. ต้นฉบับรับทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่  ปีละ 2 ฉบับ (ราย 6 เดือน) ฉบับเดือนมีนาคม และฉบับเดือนกันยายน
3. การส่งต้นฉบับ
ผู้เขียนสามารถส่งต้นฉบับบทความเข้ารับการพิจารณาตีพิมพ์ได้ ดังนี้
    1. ส่งด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์  โดยส่งต้นฉบับจำนวน 3 ชุด พร้อม CD 1 แผ่น
        ที่สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
        399 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
     2. ส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ e-mail : j_rmutp@rmutp.ac.th
4. ลิขสิทธิ์
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ห้ามนำข้อความทั้งหมดไปตีพิมพ์ซ้ำ ยกเว้นได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร
5. ความรับผิดชอบ
เนื้อหาและข้อคิดเห็นใดๆ ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนเท่านั้น

คำแนะนำการเขียนต้นฉบับ

วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร เป็นวารสารระดับชาติซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดผลงานวิจัยและผลงานวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
ประเภทของบทความที่ตีพิมพ์
1.1  บทความวิจัย (Research article)  เป็นบทความที่ได้จากงานวิจัย
1.2  บทความวิชาการ (Academic article) เป็นบทความที่มีลักษณะดังนี้
          1. Literature review  เป็นบทความจากการทบทวนเอกสาร  ซึ่งเป็นผลมาจากการวิจัยหลายๆ ครั้งถือเป็นบทความที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
2. Technical paper  เป็นบทความนำเสนอกระบวนการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดสอบภาคสนาม  รวมไปถึงเทคนิคการวิเคราะห์ใหม่ๆ
3. Professional practice  เป็นบทความที่มาจากประสบการณ์  หรือความชำนาญของผู้เขียน
4. Policy paper  เป็นบทความเกี่ยวกับนโยบายด้านต่างๆ ของหน่วยงาน
ส่วนประกอบของบทความแต่ละประเภท
2.1 บทความวิจัย
ก.   ส่วนปก  ประกอบด้วย
1.  ชื่อบทความ (Title)  ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ควรสั้นกะทัดรัด ชี้ถึงเป้าหมายหลักของการวิจัย
2. ชื่อผู้เขียนทุกท่าน  (Authors)  ให้ระบุเฉพาะชื่อ และ นามสกุล โดยไม่ต้องมีคำนำหน้านาม
3. ตำแหน่งทางวิชาการ  และที่อยู่  สำหรับการติดต่อทางไปรษณีย์  ของผู้เขียนทุกท่าน
4. ตัวเลขยก  ให้เขียนไว้บนนามสกุล เพื่อระบุว่าเป็นตำแน่งทางวิชาการและที่อยู่ของผู้เขียนท่านใด
5. บทคัดย่อ  (Abstract) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ควรสั้นตรงประเด็น ครอบคลุมสาระสำคัญของการศึกษา ได้แก่ วัตถุประสงค์ วิธีการ ผลและวิจารณ์ เป็นต้น
6. คำสำคัญ  (Keywords)  ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  เป็นการกำหนดคำสำคัญที่สามารถนำไปใช้เป็นคำสืบค้นในระบบฐานข้อมูล
7. ผู้นิพนธ์ประสานงาน (Corresponding Author) ให้ทำเครื่องหมาย * ไว้บนนามสกุล
และระบุหมายเลขโทรศัพท์ และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  (e-mail)
            ***  หมายเหตุ  เนื้อหาส่วนปกจะต้องเขียนให้อยู่ในกระดาษ จำนวน 1 หน้าเท่านั้น      
ข.  ส่วนเนื้อหา  ประกอบด้วย
          1. บทนำ  (Introduction)  เป็นส่วนของความสำคัญและมูลเหตุที่นำไปสู่การวิจัย พร้อมวัตถุประสงค์และการสำรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง
          2. วิธีการทดลอง  (Materials and Methods) หรือ วิธีการศึกษา  (Research Methodology) เป็นการอธิบายวิธีการดำเนินการวิจัยซึ่งขึ้นอยู่กับการวิจัยแต่ละประเภท
          3.  ผลการทดลองและวิจารณ์ผล  หรือ  ผลการศึกษาและอภิปรายผล  (Results and Discussion)  ควรเสนอผลอย่างชัดเจน ตรงประเด็น เป็นผลที่ค้นพบโดยลำดับตามหัวข้อที่ศึกษาพร้อมการวิจารณ์ผล
4. สรุป  (Conclusion) สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการศึกษา
          5. กิตติกรรมประกาศ  (Acknowledgements)  เป็นการระบุแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัย
          6. เอกสารอ้างอิง  (References)  ต้องใช้ตามแบบที่วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร
กำหนดอย่างเคร่งครัดและเขียนเอกสารอ้างอิง เฉพาะเอกสารที่นำมาอ้างอิงในเนื้อหาเท่านั้น
2.2  บทความวิชาการ
ก. ส่วนปก มีส่วนประกอบเหมือนบทความวิจัย  และเขียนให้อยู่ในกระดาษจำนวน 1 หน้าเท่านั้น
ข.  ส่วนเนื้อหา  ประกอบด้วย
          1. บทนำ  (Introduction)  เป็นส่วนของที่มาและมูลเหตุของการเขียนบทความ
2. ผลการศึกษา/ผลการดำเนินการ (Results)  เป็นการเสนอผลอย่างชัดเจน ตามประเด็นโดยลำดับ
ตามหัวข้อที่ศึกษาหรือดำเนินการ
3. สรุป  (Conclusion) สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการศึกษา
4. เอกสารอ้างอิง  (References) ใช้รูปแบบที่วารสารฯ กำหนดอย่างเคร่งครัดและเขียนอ้างอิงเฉพาะเอกสารที่ปรากฏในบทความเท่านั้น

หลักเกณฑ์การประเมินบทความ

กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้น เกี่ยวกับความถูกต้องของรูปแบบทั่วไป ถ้าไม่ผ่านการพิจารณาจะส่งกลับไปแก้ไข  ถ้าผ่านจะเข้าสู่การพิจารณาของผู้ประเมินจากภายนอก เมื่อผลการประเมินผ่านหรือไม่ผ่านหรือมีการแก้ไขจะแจ้งผลให้ผู้เขียนทราบ เมื่อบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ ผู้เขียนจะได้รับวารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร ฉบับที่นำบทความลงตีพิมพ์ผลงาน จำนวน 2 ฉบับและพร้อมหนังสือรับรองการตีพิมพ์บทความ

การตีพิมพ์บทความ วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร


วารสารวิจัยราชภัฏชัยภูมิ Chaiyaphum Rajabhat Research Journal

คำแนะการเตรียมต้นฉบับสำหรับการตีพิมพ์วารสารวิจัยราชภัฏชัยภูมิ

กองบรรณาธิการได้กำหนดคำแนะนำการเตรียมต้นฉบับไว้ให้ผู้เขียนยึดเป็นแนวทางในการส่งต้นฉบับสาหรับการตีพิมพ์ลงวารสารวิจัยราชภัฏชัยภูมิ และกองบรรณาธิการสามารถตรวจสอบต้นฉบับก่อนการตีพิมพ์ เพื่อให้วารสารมีคุณภาพสามารถนำไปใช้ในการอ้างอิงได้

วิธีการเตรียมต้นฉบับ

1. ต้นฉบับ พิมพ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ องค์ประกอบต่าง ๆ ของบทความให้จัดตามคำแนะนาการเตรียมต้นฉบับนี้ การใช้ภาษาไทยให้ยึดหลักการใช้คำศัพท์และชื่อบัญญัติตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน ควรหลีกเลี่ยงการเขียนภาษาอังกฤษปนภาษาไทยโดยไม่จำเป็น กรณีจำเป็นให้เขียนคำศัพท์ภาษาไทยตามด้วยวงเล็บภาษาอังกฤษโดยคำแรกให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ส่วนอักษรและคำที่เหลือทั้งหมดให้พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์เล็ก ยกเว้นชื่อเฉพาะทุกคำให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ คำศัพท์คำเดียวกันที่เป็นภาษาไทยและตามด้วยภาษาอังกฤษหากปรากฏในหลายที่ให้ใช้คำศัพท์ภาษาไทยตามด้วยภาษาอังกฤษเฉพาะครั้งแรก ครั้งต่อไปใช้เฉพาะคำศัพท์ภาษาไทยเท่านั้น บทความนิพนธ์ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษตรวจสอบความถูกต้องด้านการใช้ภาษาก่อน
2. การพิมพ์ ให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft word โดยจัดหน้ากระดาษ ขนาด A4 (8.5 x 11 นิ้ว)
ตั้งค่าหน้ากระดาษสาหรับการพิมพ์ห่างจากขอบกระดาษด้านบนและซ้าย ด้านละ 2 นิ้ว ด้านขวาและล่าง ด้านละ 1.25 นิ้ว จัดคอลัมน์เดียว ใส่เลขหน้าด้านบนขวากากับทุกหน้า
3. รูปแบบตัวอักษร ใช้ตัวอักษรแบบ TH SarabunPSK ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขนาดตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษใช้ขนาดตัวอักษรอย่างเดียวกัน ดังนี้ ชื่อเรื่อง ขนาด 18 pt. ชื่อผู้เขียนและหัวข้อหลักใช้ตัวอักษรขนาด 16 pt. ตัวหนา หัวข้อรองใช้ตัวอักษรขนาด 14 pt. ตัวหนา เนื้อความทุกส่วนใช้ตัวอักษรขนาด 14 pt. ตัวปกติ เชิงอรรถหน้าแรกที่เป็นชื่อตำแหน่งทางวิชาการของผู้นิพนธ์และที่อยู่ ใช้ตัวอักษรขนาด 12 pt. ตัวปกติ ตัวเลขที่ใช้ให้เป็นเลขอารบิก
4. จำนวนหน้า ความยาวของบทความไม่เกิน 12 หน้า รวมตาราง รูปภาพและเอกสารอ้างอิง
5. ตาราง รูปภาพ แผนภูมิ และกราฟ ให้แทรกไว้ในเนื้อเรื่อง โดยผู้เขียนคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
เรียงลำดับให้สอดคล้องกับเนื้อหา ชื่อตารางให้อยู่ด้านบนของตาราง ส่วนชื่อรูปภาพ แผนภูมิและกราฟให้อยู่ด้านล่างพร้อมทั้งคำอธิบายสั้น ๆ ที่สื่อความหมายได้ครบถ้วน
6. ประเภทของต้นฉบับ
6.1 บทความวิจัย (Research article) เป็นการนำเสนอผลการวิจัยอาจเป็น Concept paper หรือผลงานวิจัยที่สำเร็จสมบูรณ์แล้วซึ่งผู้เขียนได้ดาเนินการด้วยตัวเอง
6.1.1 ส่วนประกอบตอนต้น
1) ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด แสดงเป้าหมายของการวิจัย ให้เขียนชื่อภาษาไทยก่อนใต้มาเป็นภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรก ยกเว้น Article และ Preposition ใช้ตัวพิมพ์เล็ก ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ให้พิมพ์ด้วยตัวเอนไม่ต้องขีดเส้นใต้ กรณีระบุชื่อสามัญของสิ่งมีชีวิตเป็นภาษาไทยให้ใส่ชื่อวิทยาศาสตร์ด้วย
2) ชื่อผู้เขียนและผู้เขียนร่วม (Authors and co-authors) ระบุเฉพาะชื่อและนามสกุลเต็มทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับภาษาอังกฤษใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อและนามสกุล ถ้ามีผู้วิจัยหลายคนให้ใช้หมายเลขอ้างอิงเชิงอรรถกำกับตามลำดับพร้อมระบุชื่อหน่วยงานของผู้วิจัยในส่วนล่างของหน้าแรก (กรณีเป็นนักศึกษาให้ระบุระดับการศึกษา สาขาวิชาและสถาบันการศึกษา)
3) บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (Abstract) ความยาวไม่เกินอย่างละ 300 คำ เป็นการย่อเนื้อความงานวิจัยทั้งเรื่องให้สั้นได้เนื้อหาสาระครบถ้วนตามเรื่องเต็ม ควรเขียนแบบสั้น ตรงประเด็น ระบุเฉพาะสาระสำคัญเท่านั้น โดยให้ลาดับบทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนตามด้วยบทคัดย่อภาษาอังกฤษ
4) คำสำคัญ (Keywords) ให้ใช้คำที่ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องซึ่งเป็นคำที่บอกวิธีการวิจัยประเด็นที่วิจัย ผลการวิจัย สาขาวิชาที่ทาวิจัย การใช้ประโยชน์หรือสถานที่ที่ทาวิจัย คำสำคัญให้เขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแต่ละชุดไม่เกิน 5 คำ โดยระบุไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา
6.1.2 เนื้อหาในบทความวิจัย สาขาวิทยาศาสตร์ ได้แก่ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ เกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และอื่น ๆ ให้มีองค์ประกอบดังนี้
1) บทนา (Introduction) ระบุความเป็นมาและความสาคัญของการทาวิจัย เหตุผลการทาวิจัย เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและวัตถุประสงค์การวิจัย
2) วิธีดาเนินการวิจัย (Materials and methods) ระบุชื่อ ชนิด ประเภท จำนวนตลอดทั้งลักษณะเฉพาะของสิ่งที่นามาศึกษา อธิบายวิธีการวิจัย แผนการทดลองทางสถิติ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
การวิเคราะห์ทางสถิติและการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูล
3) ผลการวิจัย (Research Results) รายงานผลการวิจัยให้ได้ใจความ ชัดเจนและตรงประเด็น
โดยยึดแนวทางตามวัตถุประสงค์การวิจัยเป็นหลัก ควรอธิบายผลการวิจัยด้วยคำบรรยายเป็นหลัก ถ้ามีตัวแปรที่ศึกษาหรือตัวเลขมากให้นาเสนอเป็นรูปภาพ ตาราง แผนภูมิและกราฟ แทรกในเนื้อหาพร้อมทั้งอธิบายผลการวิจัยให้ได้สาระครบถ้วนอย่างสั้น ๆ
4) การอภิปรายผลการวิจัย (Discussion) เป็นการแสดงความเห็นว่าผลการวิจัยสอดคล้องหรือแตกต่างจากวัตถุประสงค์ สมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้หรือผลงานวิจัยที่มีผู้รายงานไว้ก่อนอย่างไร เป็นเพราะเหตุผลใด มีหลักฐานทางทฤษฎีหรือผลงานวิจัยอะไรสนับสนุน
5) ข้อเสนอแนะ (Proposition) เป็นการให้การเสนอแนะการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์และประเด็นที่เป็นแนวทางการทำวิจัยต่อไป
6) เอกสารอ้างอิง (References) ให้ระบุเฉพาะที่ได้นำมาอ้างอิงในบทความวิจัยอย่างครบถ้วน โดยใช้ระบบการอ้างอิงแบบ APA citation style
6.1.3 เนื้อหาในบทความวิจัย สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้แก่ภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ ครุศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ บัญชีและอื่น ๆ ให้มีองค์ประกอบดังนี้
1) บทนำ/ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา (Introduction) อธิบายถึงภูมิหลังความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัยรวมทั้งเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและเหตุผลของการทำวิจัย
2) วัตถุประสงค์การวิจัย (Objectives) เป็นความเรียงเฉพาะประเด็นสำคัญของวัตถุประสงค์การวิจัยที่ครอบคลุมแนวทางการทำวิจัยทั้งหมด
3) สมมติฐานการวิจัย (Hypothesis) (ถ้ามี) เป็นความเรียงสมมติฐานเชิงพรรณนาหรือระบุความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ศึกษา
4) ขอบเขตการวิจัย (Scope) กำหนดกรอบความคิดการวิจัย เป็นกรอบที่เป็นแนวทางการทำวิจัยด้านเนื้อหาสาระ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง หลักเกณฑ์การกำหนดจำนวนตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่าง ตัวแปรและความสัมพันธ์ของตัวแปร พื้นที่และระยะเวลาการทำวิจัย
5) วิธีดาเนินการวิจัย (Research methodology) ระบุแผนการวิจัย เช่น การสำรวจ การศึกษาเอกสาร การทดลอง และอื่น ๆ
6) เครื่องมือการวิจัย (Research Tools) ชนิดของเครื่องมือ วิธีสร้าง การทดลองใช้ และการปรับปรุงเครื่องมือการวิจัย
7) การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection) วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและระยะเวลาการรวบรวมข้อมูล
8) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
9) ผลการวิจัย (Research Results) รายงานผลการวิจัยเฉพาะใจความสำคัญ ชัดเจน และตรงประเด็นจากผลการวิเคราะห์หรือสังเคราะห์ในการวิจัย โดยยึดแนวทางตามวัตถุประสงค์การวิจัย ควรอธิบายผลการวิจัยด้วยคำบรรยายเป็นหลัก ถ้ามีตัวแปรที่ศึกษาหรือตัวเลขมากให้นาเสนอเป็นรูปภาพ ตาราง แผนภูมิและกราฟ แทรกในเนื้อหาพร้อมทั้งอธิบายผลการวิจัยให้ได้สาระครบถ้วนอย่างสั้น ๆ
10) การอภิปรายผลการวิจัย (Discussion) เป็นการแสดงความเห็นว่าผลการวิจัยสอดคล้องหรือแตกต่างจากวัตถุประสงค์ สมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้หรือผลงานวิจัยที่มีผู้รายงานไว้ก่อนอย่างไร เป็นเพราะเหตุผลใด มีหลักฐานทางทฤษฏีหรือผลการวิจัยอะไรสนับสนุน
11) ข้อเสนอแนะ (Proposition) นำเสนอผลการวิจัยที่เด่นชัดสมควรนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรและแนวทางการทำวิจัยต่อไป
12) เอกสารอ้างอิง (References) ให้ระบุเฉพาะที่ได้นำมาอ้างอิงในบทความวิจัยอย่างครบถ้วน โดยใช้ระบบการอ้างอิงแบบ APA citation style
6.2 บทความทางวิชาการ (Review article) เป็นบทความที่ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร งานแปล และผลงานจากประสบการณ์ของผู้เขียนหรือถ่ายทอดจากผู้อื่น มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ องค์ความรู้ การเสนอความคิดเห็นที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ทางวิชาการของสาขาต่างๆ
6.2.1 ส่วนประกอบตอนต้น
1) ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และแสดงเป้าหมายของบทความ ความยาวไม่ควรเกิน 100 ตัวอักษร ให้เขียนชื่อภาษาไทยก่อนใต้มาเป็นภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะตัวแรก ยกเว้น Article และ Preposition ใช้ตัวพิมพ์เล็ก ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ให้พิมพ์ด้วยตัวเอนไม่ต้องขีดเส้นใต้ กรณีระบุชื่อสามัญของสิ่งมีชีวิตเป็นภาษาไทยให้ใส่ชื่อวิทยาศาสตร์ด้วย
2) ชื่อผู้เขียนและผู้เขียนร่วม (Authors and co-authors) ระบุเฉพาะชื่อและนามสกุลเต็มทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สาหรับภาษาอังกฤษใช้ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อและนามสกุล ถ้ามีผู้เขียนหลายคนให้ใช้หมายเลขอ้างอิงเชิงอรรถกำกับตามลาดับพร้อมระบุชื่อหน่วยงานของผู้เขียนในส่วนล่างของหน้าแรก (กรณีเป็นนักศึกษาให้ระบุระดับการศึกษา สาขาวิชาและสถาบันการศึกษา)
3) สาระสังเขป (Summary) เป็นการสังเคราะห์เนื้อหาบทความทั้งเรื่องให้สั้น ได้เนื้อหาครบถ้วนตามเรื่องเต็ม ให้เขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษโดยความยาวไม่เกินอย่างละ 300 คำ
4) คำสำคัญ (Keywords) ให้ใช้คำที่ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องซึ่งเป็นคำที่บอกวิธีการศึกษา ผลการศึกษา สาขา การใช้ประโยชน์หรือสถานที่ที่ทาการศึกษา คำสำคัญให้เขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแต่ละชุดไม่เกิน 5 คำ
6.2.2 เนื้อหาในบทความวิชาการ ให้มีองค์ประกอบดังนี้
1) บทนำ (Introduction) ระบุความน่าสนใจของเรื่องที่นำเสนอก่อนเข้าสู่เนื้อหา
2) เนื้อความ (Content) ควรนาเสนอพัฒนาการของเรื่องได้อย่างน่าสนใจและเนื้อเรื่องนั้นเป็นเนื้อหาใหม่เหมาะสมสภาพปัจจุบัน
3) สรุป (Conclusion) เป็นการย่อเฉพาะข้อมูลจากเนื้อความให้สั้น ได้เนื้อหาสาระของเนื้อความครบถ้วน
4) เอกสารอ้างอิง (References) ให้ระบุเฉพาะเอกสารที่ผู้เขียนได้นำมาอ้างอิงในบทความวิชาการอย่างครบถ้วน โดยใช้ระบบการอ้างอิงแบบ APA citation style (ดูรายละเอียดและตัวอย่างในเนื้อความและการอ้างอิงท้ายเล่ม และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://research.cpru.ac.th/
7. การอ้างอิงในเนื้อความ
การอ้างอิงในเนื้อความเป็นการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลในเนื้อความ ให้ใช้วิธีการอ้างอิงแบบนาม-ปี (Author date in text citation) โดยระบุชื่อผู้แต่ง ปีที่พิมพ์และหน้าที่อ้างอิงเอกสารไว้ข้างหน้าหรือข้างหลังข้อความที่ต้องการอ้างอิง เพื่อบอกแหล่งที่มาของข้อความนั้น ดังนี้
7.1 การอ้างอิงชื่อบุคคล คนไทยให้ลงชื่อตัวและนามสกุล ส่วนชาวต่างประเทศให้ลงเฉพาะชื่อสกุล

ตัวอย่างการอ้างอิง

ผู้แต่ง 1 คน
(สมชาย หมายปอง. 2550 : 10)
(Maipong. 2007 : 10)
ผู้แต่ง 2 คน
(สุชา จันทน์เอม และสุรางค์ จันทน์เอม. 2545 : 66)
(Chanaim and Chanaim. 2002 : 66)
ผู้แต่ง 3 คน ให้ใส่ชื่อทุกคน
(สุจริต เพียรชอบ,สายใจ อินทรัมพรรย์ และสายใจ สุวรรณธาดา. 2548 : 5)
(Pianchoop, Intranphan and Suwanthada. 2005 : 5)
ผู้แต่ง มากกว่า 3 คน ให้ใส่ชื่อเฉพาะคนแรก ตามด้วยและคณะ
(สุวกิจ ศรีปัดถา และคณะ. 2550 : 145)
(Sripathar. et al. 2007 : 145)
7.2 ชื่อนิติบุคคล หน่วยงาน องค์กร ที่ทาเอกสาร ให้ระบุชื่อหน่วยงานตามที่ปรากฏ
ตัวอย่างการอ้างอิง
(สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย. 2549 : บทคัดย่อ)
(Thai Environment Institute. 2006 : abstract)
7.3 เอกสารอ้างอิง (References) เป็นการอ้างอิงส่วนท้ายเล่ม โดยรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ ผู้เขียนได้ใช้อ้างอิงในเนื้อความ พร้อมจัดเรียงเอกสารตามลาดับอักษรตามลาดับอักษรของผู้แต่ง และให้ใช้การอ้างอิงแบบ APA (American psychological association citation style) ดังนี้
หนังสือ (Book)
ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์.
บทความจากองค์กรหรือหน่วยงาน
ชื่อองค์กร/หน่วยงาน. (ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. สถานที่พิมพ์.
วิทยานิพนธ์
ชื่อผู้แต่ง. (..). ชื่อเรื่อง . วิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์ สาขา มหาวิทยาลัย. (อัดสำเนา).
บทความจากหนังสือที่มีผู้เขียนเฉพาะบท (Book article or chapter)
ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ/บท/ตอน. ใน ชื่อบรรณาธิการ, ชื่อหนังสือ (หน้า).
สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์.
บทความจากวารสารหรือนิตยสาร (Journal or magazine article)
ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร. ปีที่ (ฉบับที่), หน้า.
บทความจากหนังสือพิมพ์ (Newspaper article)
ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่พิมพ์//). ชื่อบทความ. ชื่อหนังสือพิมพ์, หน้าซึ่งปรากฏบทความ.
บทความจากฐานข้อมูลอินเตอร์เน็ต (Article from an internet database)
ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่เผยแพร่). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่, ฉบับที่. วันที่ทำการสืบค้น.
จากแหล่งข้อมูล/สารนิเทศ.
บทความจากสารานุกรม ( Encyclopedia article)
ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ใน สารานุกรม (เล่มที่,หน้า). สถานที่พิมพ์ :
สำนักพิมพ์.
เอกสารจากฐานข้อมูล CD-ROM (CD-Document)
ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ : ชื่อหนังสือ. (จากแหล่งข้อมูล CD-Document เลขที่)
เว็บไซต์ (Website)
ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่เผยแพร่สารนิเทศบนอินเตอร์เน็ต). ชื่อเรื่องหรือชื่อบทความ, วันที่ทำการสืบค้น.
จาก URL
8. การส่งต้นฉบับ ให้นำส่งต้นฉบับที่พิมพ์หน้าเดียว 2 ชุด และบันทึกลงในแผ่นซีดี 1 ชุด พร้อมระบุชื่อบทความและผู้นิพนธ์ไว้บนแผ่นซีดีด้วย โดยนำส่งด้วยตัวเองหรือทางไปรษณีย์ ที่
กองบรรณาธิการวารสารวิจัยราชภัฏชัยภูมิ
สำนักวิจัยเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 36000
โทรศัพท์ 081-0530570 (ดร.ศิวัช ศรีโภคางกุล) โทรสาร 044-815116
Email : research.cpru@gmail.com
9. ลิขสิทธิ์ ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยราชภัฏชัยภูมิ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ห้ามนาข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปตีพิมพ์ซ้ำเว้นแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร

10. ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์

การส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ใน วารสารวิจัยราชภัฏชัยภูมิ

 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
หลักเกณฑ์ การส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตวิจัย
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้ดำเนินโครงการจัดทำวารสารวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งกำหนดที่จะจัดทำปีละ ๒ ฉบับต่อปี ฉบับที่ ๑ เดือน มกราคม-มิถุนายน และฉบับที่ ๒ เดือน กรกฎาคม-ธันวาคม โดยมีแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างเสริมคุณภาพการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา และเพื่อเปิดโอกาสให้คณาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาได้นำเสนอผลงานด้วยการตีพิมพ์ เผยแพร่งานวิจัย วิทยานิพนธ์และบทความทางวิชาการที่มีคุณภาพ ในวารสารบัณฑิตวิจัย โดยบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นผู้จัดทำขึ้น โดยมี ศาสตราจารย์/ผู้ทรงคุณวุฒิ ในสาขานั้นๆ ร่วมกันพิจารณาผลงานที่มีคุณภาพและมาตรฐานเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อให้การนำเสนอบทความมีกรอบและทิศทางเดียวกัน บรรณาธิการจึงได้กำหนดขั้นตอนและรูปแบบของการส่งบทความให้กับนักวิจัยและผู้ที่สนใจดังนี้
. ขั้นตอนการดำเนินการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตวิจัย

.๑ พิมพ์บทความตามรูปแบบที่วารสารวิชาการบัณฑิตวิจัยกำหนด
.๒ การจัดส่งบทความ
..๑ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปที่ E-mail Address: graduatejournal@cmru.ac.th
..๒ ทางไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึง
กองบรรณาธิการวารสารบัณฑิตวิจัย
สำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย ชั้น ๑๓ อาคารราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
เลขที่ ๒๐๒ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๓๐๐
โดยทางกองบรรณาธิการจะดำเนินการจัดส่งบทความของท่านให้กรรมการพิจารณาคุณภาพและคัดเลือกบทความ (Peer Reviewers) ประเมินเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตวิจัย
..๓ กำหนดการรับพิจารณาบทความ
กำหนดการรับบทความวิทยานิพนธ์ บทความวิชาการ และบทความวิจัย ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๖)
ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ เดือน พฤษภาคม ๒๕๕๖
.๓ กำหนดให้กรรมการประเมินคุณภาพบทความ ดำเนินการประเมินคุณภาพบทความประมาณ ๓๐ วัน เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วทางกองบรรณาธิการจะแจ้งผลการประเมิน เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน ๗ วัน
.๔ หากต้องมีการแก้ไขปรับปรุง (ถ้ามี) เอกสารตามที่คณะกรรมการพิจารณาคุณภาพและคัดเลือกบทความเสนอแนะ ให้ผู้เขียนบทความต้องดำเนินการแก้ไขและส่งกลับมายังกองบรรณาธิการภายใน ๑๕ วัน จึงจะได้รับการพิจารณาลงในวารสารหากผู้ส่งบทความไม่ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ทางกองบรรณาธิการ ขอสงวนสิทธิ์ให้กับบุคคลที่แก้ไขแล้วเท่านั้น
.๕ กองบรรณาธิการจัดส่งบทความที่แก้ไขปรับปรุงให้ผู้ประเมินคุณภาพบทความตรวจสอบอีกครั้ง (ถ้ามี) โดยใช้เวลาไม่เกิน ๒๐ วัน
.๖ กองบรรณาธิการแจ้งผลการได้รับพิจารณา/ไม่ได้รับพิจารณาให้ตีพิมพ์ในวารสาร ให้แก่เจ้าของบทความทราบเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีได้รับพิจารณาให้ตีพิมพ์กองบรรณาธิการจะออกหนังสือรับรองให้แก่เจ้าของบทความ ตามที่อยู่ที่ผู้ส่งบทความแจ้งให้แก่กองบรรณาธิการ
.๗ เมื่อดำเนินการครบทุกบทความตามจานวนที่กำหนด (ไม่เกิน ๒๐ บทความ ต่อ ๑ ฉบับ) กองบรรณาธิการจะดำเนินการตีพิมพ์เล่มวารสารเพื่อเผยแพร่ และนำเผยแพร่เป็นวารสารวิชาการฉบับออนไลน์บนเวปไซด์ของบัณฑิตวิทยาลัย
.๘ กองบรรณาธิการดำเนินการประสานงานเพื่อประชาสัมพันธ์การส่งบทความ ในวงรอบถัดไป
.๙ บทความที่เสนอ ต้องไม่เคยได้รับการจัดพิมพ์เผยแพร่ในที่อื่นมาก่อนและหากบทความที่เสนอได้รับการตอบรับให้จัดพิมพ์เผยแพร่ในวารสารบัณฑิตวิทยาลัย ผู้เสนอบทความต้องรับรองว่าจะไม่นำบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ที่อื่นอีก (เว้นแต่จะได้รับความยินยอมที่เป็นหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่) และหากเกิดความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น ผู้เสนอบทความยินดีรับผิดชอบความเสียหายนั้น
.๑๐ ต้องเป็นบทความวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาด้านสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์
.๑๑ บัณฑิตวิทยาลัย จะไม่รับบทความหากผู้เสนอบทความไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
.๑๒ สำหรับบุคคลภายนอก ค่าลงทะเบียน บทความละ ๑,๐๐๐ บาท บัณฑิตวิทยาลัย ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าลงทะเบียนให้ในทุกกรณีรวมทั้งกรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ประเมินบทความและให้ความเห็นว่าไม่สมควรเผยแพร่ในวารสารบัณฑิตวิจัย
อนึ่งการส่งบทความสามารถดำเนินการส่งได้ตามที่แจ้งประกาศ กองบรรณาธิการจะดำเนินการพิจารณาตีพิมพ์ลงในวารสารฉบับตามที่กำหนดในวาระ และเมื่อดำเนินการครบตามกระบวนการประเมินคุณภาพบทความและได้รับคัดเลือกให้ตีพิมพ์ ทางกองบรรณาธิการจะทำเอกสารตอบรับการตีพิมพ์ให้แก่ผู้ส่งบทความ ตามลำดับ
. รูปแบบการเขียนบทความและการเตรียมต้นฉบับวารสาร
กองบรรณาธิการจะรับพิจารณากลั่นกรองเฉพาะต้นฉบับที่เป็นไปตามข้อกำหนดนี้เท่านั้น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
.๑ ต้นฉบับ เป็นต้นฉบับพิมพ์ใช้ภาษาไทยล้วน หรือภาษาอังกฤษล้วนก็ได้ ใช้ภาษาวิชาการที่ถูกต้องตามหลักภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับภาษาไทยให้ใช้คำศัพท์และศัพท์บัญญัติตามที่ระบุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน (สามารถค้นหาได้ที่ www.royin.go.th) พิมพ์แบบสองหน้าบนกระดาษ A4 ใช้ตัวอักษรแบบ TH Niramit จัดเป็น ๒ คอลัมน์ กำหนดความกว้างข้องคอลัมน์ประมาณ ๒.๙๘ นิ้ว ระยะห่างระหว่างคอลัมน์ ๐.๒๕ นิ้ว บทความมีความยาวระหว่าง ๑๐ ถึง ๑๕ หน้าโดยเว้นระยะขอบเพื่อการเย็บเล่มหนังสือดังต่อไปนี้
ระยะขอบเพื่อการเย็บเล่ม
ระยะขอบบน ๑ นิ้ว (.๒๕ นิ้วเฉพาะหน้าแรก)
ระยะขอบล่าง ๐.๘ นิ้ว
ระยะขอบภายใน ๑.๒๕ นิ้ว
ระยะขอบภายนอก ๐.๘ นิ้ว
.๒ ชื่อเรื่อง กระชับและตรงกับเนื้อเรื่อง จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ ใช้ตัวอักษรหนา ขนาด ๒๐ พอยต์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษให้พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่
.๓ ชื่อผู้เขียน ใช้ชื่อเต็ม ไม่ต้องระบุคำนำหน้าชื่อเขียนไว้ด้านขวาสุด พร้อมใส่เครื่องหมาย 1 หรือ 2 ตามจานวนผู้เขียนไว้ท้ายชื่อ ใช้ตัวอักษรปกติ ขนาด ๑๔ พอยต์ และใส่รายละเอียดในเชิงอรรถ ให้ระบุสถานะของผู้เขียน ตำแหน่งทางวิชาการ(ถ้ามี) สถานที่ติดต่อ และอีเมล์แอดเดรส (E-mail address)ของผู้เขียนทุกคน ใช้ตัวอักษรปกติ ขนาด ๑๐ พอยต์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาหลักและอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) ให้เขียนไว้ในลำดับต่อจากชื่อผู้วิจัยโดยมีขนาดตัวอักษร และเครื่องหมายเชิงอรรถ เช่นเดียวกันกับผู้วิจัย
.๔ บทคัดย่อ (ABSTRACT) ใช้ภาษาอังกฤษความยาวไม่เกิน ๓๐๐ คำ จัดเป็น ๑ คอลัมน์ ภาษาไทยความยาวไม่เกิน ๕๐๐ คำ จัดเป็น ๑ คอลัมน์ ใช้ตัวอักษรปกติ ขนาด ๑๔ พอยต์ โดยพยายามใช้สำนวนกระชับ ชัดเจน ที่สุด ส่วนที่เป็นชื่อหัวข้อบทคัดย่อ” “ABSTRACT” ให้พิมพ์เป็นตัวหนา
.๕ คำสำคัญ (Keywords) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจานวนไม่เกิน ๕ คำ ใช้ตัวอักษรขนาด ๑๔ พอยต์ปกติและระบุไว้ท้ายบทคัดย่อ ส่วนที่เป็นชื่อหัวข้อคำสำคัญ” “Keywords” ให้พิมพ์เป็นตัวหนา
.๖ เนื้อหา เนื้อหางานวิจัย ใช้ตัวอักษรขนาด ๑๔ พอยต์ปกติ ให้จัดเป็น ๒ คอลัมน์ เฉพาะส่วนที่เป็นหัวข้อให้พิมพ์เป็นตัวหนาชิดซ้ายขอบกระดาษ ควรประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้
) บทนำ
) วัตถุประสงค์ของการวิจัย
) สมมุติฐานในการวิจัย
) วิธีการดำเนินการวิจัย
) ผลการวิจัย
) บทสรุป
๗ อภิปรายผล
) ข้อเสนอแนะ
.๗ รูปภาพ ตาราง แผนภูมิ หรืออื่นๆ ที่มีขนาดเล็กสามารถแทรกในเนื้อหาที่จัดเป็น ๒ คอลัมน์ได้ ยกเว้น ตาราง รูปภาพขนาดใหญ่ หรือแผนภูมิขนาดใหญ่ให้จัดเป็น ๑ คอลัมน์ (ตามตัวอย่าง)
.๘ เอกสารอ้างอิง การอ้างอิงภายในเนื้อเรื่องและภายใต้หัวข้อเอกสารอ้างอิงต้องตรงกันและให้ใช้ระบบอ้างอิงมาตรฐานเอพีเอ (APA Style) จัดเป็น ๑ คอลัมน์ แนะนำให้ใช้ฟังก์ชั่นข้อมูลอ้างอิงและบรรณานุกรมอัตโนมัติของ Microsoft Office word ๒๐๐๗ (หรือรุ่นที่สูงกว่า) จะช่วยให้งานง่ายขึ้น

การประเมินบทความวิจัยเพื่อพิจารณาคุณภาพและคัดเลือกบทความ
เพื่อตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
การพิจารณาบทความ
บทความวิทยานิพนธ์ บทความวิชาการ และบทความวิจัย ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ ต้องผ่านการพิจารณา ตรวจสอบ และคัดเลือก จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer reviewers) ภายนอกมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ก่อนจัดพิมพ์เผยแพร่ ในการดำเนินการมีการแต่งตั้งคณะกรรมการในรูปแบบกองบรรณาธิการที่ประกอบด้วยบุคลากรทางวิชาการทั้งภายใน และภายนอกมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ แบ่งตามกลุ่มสาขาวิชา
การยอมรับบทความที่จะตีพิมพ์ในวารสารเป็นสิทธิของกองบรรณาธิการ และกองบรรณาธิการจะไม่รับผิดชอบ ในเนื้อหา หรือความถูกต้องของเรื่องที่ส่งมาตีพิมพ์ทุกเรื่อง
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขบทความที่ส่งมาตีพิมพ์ และอาจส่งเรื่องคืนมายังผู้เขียนให้เพิ่มเติมหรือพิมพ์ต้นฉบับใหม่แล้วแต่กรณี
การประเมินบทความวิจัย
เพื่อช่วยให้ผู้เสนอบทความวิจัย เขียนบทความวิจัยในแนวทางเดียวกับกรรมการพิจารณาคุณภาพและคัดเลือกบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร จึงขอให้ผู้เสนอบทความวิจัย เขียนบทความวิจัย ให้ชัดเจน สอดคล้อง ครอบคลุมประเด็นในการพิจารณา ดังนี้
. ความชัดเจนของปัญหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย หมายถึง มีการอธิบายถึงที่มาและขอบเขตของปัญหา ระบุความเกี่ยวข้องระหว่างตัวแปรหรือกรอบความคิดของงานวิจัย มีการกำหนดจุดมุ่งหมายสอดคล้องกับปัญหาการวิจัย
. การศึกษาเอกสารและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ให้เขียนในแง่การประมวลความรู้ความเข้าใจในทฤษฎี การวิเคราะห์และสรุปรายงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กาลังศึกษา และเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เหล่านั้นกับงานวิจัยปัจจุบัน เพื่อทำให้ปัญหาการวิจัยมีความชัดเจนเป็นแนวทางในการตั้งสมมติฐาน การวางแผนและการออกแบบการวิจัย
. วิธีการดำเนินการวิจัย เกณฑ์การประเมิน จะพิจารณาว่าแบบการวิจัย (Form Research) ว่ามีการออกแบบครบถ้วนทั้ง Sampling Design, Measurement Design, และ Analytical Design หรือไม่ เพียงไร รวมทั้ง พิจารณาการเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมกับระดับของตัวแปร และที่สำคัญ คืออธิบายถึงวิธีปัญหาวิจัยวัตถุประสงค์ของการวิจัย รวมทั้งการทดสอบสมมติฐาน (ถ้ามี) ไว้อย่างครบถ้วนหรือไม่
. การสรุปผลและการอภิปรายผล จะพิจารณาในแง่ความเหมาะสมของค่าสรุป คือ สรุปบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย การอภิปรายผลในแง่มุมต่างๆ อย่างกว้างขวางบนพื้นฐานของหลักวิชาการ แนวคิด ทฤษฎีและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
. ความเป็นที่เชื่อถือได้ของข้อมูลและความเที่ยงตรงของการวิจัย ความเชื่อถือได้ของข้อมูลพิจารณาในแง่ความเหมาะสมของวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งจะทำให้ข้อมูลที่ได้ถูกต้องตามความเป็นจริงส่วนความเที่ยงของงานวิจัย พิจารณาในแง่ที่ว่างานวิจัยนั้นสามารถตอบปัญหาการวิจัยได้มีความรัดกุมในการควบคุมตัวแปร ตลอดทั้งการที่จะนำผลการวิจัยไปอ้างอิงกับประชากร
. การเสนอบทความวิจัย พิจารณาในแง่การใช้ภาษาเรียบเรียงเพื่ออธิบายงานวิจัย การลำดับและความต่อเนื่องในการเรียง ซึ่งเป็นการสื่อความเข้าใจให้ผู้อ่านและมีแบบแผนในการเขียนอ้างอิงอย่างเหมาะสมอันเป็นลักษณะรายงานการวิจัยฉบับย่อที่ดี
. คุณค่า หรือประโยชน์ของงานวิจัย พิจารณาในแง่ความสำคัญในเชิงการค้นพบทฤษฎี คือ ได้องค์ความรู้ใหม่ หรือการประยุกต์ หรือนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา หรือนำไปกำหนดเป็นเชิงนโยบายได้
. กรณีงานวิจัยมีการถ่ายภาพขณะดำเนินงานวิจัย ให้แทรกภาพในบทความตามลำดับเวลาหรือเหตุการณ์ หรือความเกี่ยวข้อง
การเขียนเอกสารอ้างอิงและการอ้าง ใช้ระบบ APA มีหลักเกณฑ์ดังนี้
· ชื่อวารสาร ชื่อหนังสือ และปีที่ (volume) ใช้ตัวเอน และไม่ใช้ชื่อย่อ
· เขียนชื่อผู้แต่งโดยขึ้นต้นด้วย last name ตามด้วยจุลภาค (,) และชื่อย่อตามด้วยมหัพภาค (.)
· ชื่อไทยขึ้นต้นด้วยชื่อตัว ตามด้วยนามสกุล
· กรณีผู้แต่งมากกว่าหนึ่งคน ให้เขียนชื่อผู้แต่งทั้งหมดทุกคน คั่นระหว่างชื่อด้วยจุลภาค(,) และ ใส่เครื่องหมาย & ก่อนชื่อสุดท้าย
· ถ้าไม่มีชื่อผู้แต่ง ให้ขึ้นต้นด้วยชื่อเรื่อง หรือชื่อวารสาร หรือชื่อหนังสือ ตามด้วยปีที่พิมพ์
· ถ้าผู้แต่งเป็นหน่วยงาน หรือองค์กร ให้ใช้ชื่อหน่วยงานหรือองค์กรแทนชื่อผู้แต่ง
· เรียงลำดับรายการตามตัวอักษรชื่อผู้แต่ง และมีเลขลำดับที่1, 2, 3...กากับ
· รายการที่มีทั้งเอกสารภาษาไทยและอังกฤษ ให้นำข้อมูลภาษาไทยขึ้นก่อน
· รายการภาษาอังกฤษพิมพ์โดยใช้ Single space
· บรรทัดที่สองและบรรทัดต่อๆไปของแต่ละรายการให้ย่อหน้าเข้ามา 5-7 ตัวอักษร หรือประมาณครึ่งนิ้ว
· การอ้าง- อ้างโดย(ชื่อผู้แต่ง, ปีที่พิมพ์) หรือชื่อผู้แต่ง (ปีที่พิมพ์)
· ไม่อ้างโดยใช้คำว่าและคณะหรือและคนอื่นๆหรือ et al. ไม่ว่าจะมีผู้แต่งกี่คน ยกเว้นกรณีอ้างในเนื้อเรื่องที่มีผู้แต่ง
ตั้งแต่สามถึงห้าคนขึ้นไปและหลังจากได้มีการอ้างครั้งแรกไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว หรือการอ้างที่มีผู้แต่งตั้งแต่หกคนขึ้นไป
· การอ้างจากวารสารและนิตยสารให้ระบุหน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย โดยไม่ใช้คำย่อ “p.” หรือ “pp.” นอกจากหนังสือ
· การติดต่อส่วนตัวโดยสื่อใดๆก็ตาม สามารถอ้างอิงได้ในเนื้อเรื่อง แต่ต้องไม่มีการระบุไว้ในรายการเอกสารอ้างอิงเพราะผู้อื่นไม่สามารถ
ติดตามข้อมูลเหล่านี้ได้
· การอ้างจาก website ให้ระบุวัน เดือน ปีที่พิมพ์ ถ้าไม่ปรากฎให้อ้างวันที่ทำการสืบค้นและระบุURL ให้ชัดเจน ถูกต้อง เมื่อจบ URL
address ห้ามใส่จุด (.) ข้างท้าย
· website ไม่บอกวันที่ ให้ระบุn.d.
รูปแบบและตัวอย่างการอ้างอิงจากสิ่งพิมพ์ต่างๆ
1. วารสารและนิตยสาร
. วารสารเรียงลำดับหน้าโดยขึ้นต้นหน้าหนึ่งทุกครั้งเมื่อขึ้นฉบับใหม่ให้ระบุ(ฉบับที่)
รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
Author(s). (Year of publication). Title of article. Title of periodical or journal,Volume(issue),
First–last page.
ตัวอย่าง: ขวัญฤทัย คำขาว และเตือนใจ สามห้วย. (2530). สีธรรมชาติ. วารสารคหเศรษฐศาสตร์, 30(2), 29-36.
Acton, G. J., Irvin, B. L., & Hopkins, B. A. (1991). Theory-testing research:
building the science. Advance in Nursing Science, 14(1), 52-61.
. วารสารเรียงลำดับหน้าหนึ่งถึงหน้าสุดท้ายต่อเนื่องกันตลอดปี ไม่ต้องระบุ(ฉบับที่)
ตัวอย่าง: ขวัญฤทัย คำขาว และเตือนใจ สามห้วย. (2530). สีธรรมชาติ.วารสารคหเศรษฐศาสตร์,30, 29-36.
Dzurec, L. C., & Abraham, I. L. (1993). The nature of inquiry linking quantitative and
qualitative research nursing. Journal of Advanced Nursing, 18, 298-304.
2. หนังสือ
รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง: จารุวรรณ ธรรมวัตร. (2538). วิเคราะห์ภูมิปัญญาอีสาน. อุบลราชธานี: ศิริธรรมออฟเซ็ท.
Okuda, M., & Okuda, D. (1993). Star Trek chronology: The history of the future. New York:
Pocket Book.
James, N. E. (1988). Two sides of paradise: The Eden meet according to
Kirk and Spock. In D. Palumbo (Ed.), Spectrum of the fantastic (pp. 219- 223). Westport,
CT: Greenwood.
หนังสือที่ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่งหรือบรรณาธิการ ให้ขึ้นต้นด้วยชื่อหนังสือ
ตัวอย่าง: Merriam-Webster’s collegiate dictionary (10 th ed.). (1993). Springfield, MA:
Merriam- Webster.
3. รายงานการประชุมหรือสัมมนาทางวิชาการ
รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์. ชื่อเรื่อง. ชื่อเอกสารรวมเรื่องรายงานการประชุม, วัน เดือน ปี สถานที่จัด. เมืองที่พิมพ์:
สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง: กรมวิชาการ. 2538. การประชุมปฏิบัติการรณรงค์เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน, 25-29 พฤศจิกายน 2528
วิทยาลัยครูมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม. กรุงเทพฯ: ศูนย์พัฒนาหนังสือ กรมวิชาการ
กระทรวงศึกษาธิการ.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (1991). A motivational approach to self:
Integration in personality. In R. Dienstbier (Ed.), Nebraska Symposium on
Motivation: Vol. 38. Perspectives on Motivation (pp. 237-288). Lincoln: University of
Nebraska Press.
4. บทความจากหนังสือพิมพ์
รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์, เดือน, วันที่). ชื่อเรื่อง. ชื่อหนังสือพิมพ์, หน้าที่นำมาอ้าง.
ตัวอย่าง: สายใจ ดวงมาลี. (2548, มิถุนายน 7) มาลาเรียลาม3จว.ใต้ตอนบน สธ.เร่งคุมเข้มกันเชื้อแพร่หนัก.
คม-ชัด-ลึก, 25.
Di Rado, A. (1995, March 15). Trekking through college: Classes explore
modern society using the world of Star Trek. Los Angeles Time, p. A3.
5. วิทยานิพนธ์
รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์. ชื่อวิทยานิพนธ์. ระดับปริญญาของวิทยานิพนธ์, สถาบันการศึกษา. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง: พันทิพา สังข์เจริญ. 2528. วิเคราะห์บทร้อยกรองเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนม-พรรษา 5 ธันวาคม.
ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพๆ.
Darling, C. W. (1976). Giver of due regard: the poetry of Richard Wilbur. Unpublished
doctorial dissertation, University of Conecticut, Storrs, CT.
6. พจนานุกรม
ตัวอย่าง: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. 2542. (2546). กรุงเทพๆ: นานมีบุ๊คพับลิ เคชัน.
Shorter Oxford English dictionary (5 th ed.). (2002). New York: Oxford University Press.
7. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
รูปแบบ: ชื่อผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง, วันที่ทำการสืบค้น. ชื่อฐานข้อมูล. URL
Author(s). ( date-or “n.d.”). Title of work. (Online), date retrieved. Name of
Database or Internet address of the specific document. Specify URL exactly.
ตัวอย่าง: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม. (2545). ประเพณีใส่กระจาดชาวไทยพวนสอน
ให้รู้จักแบ่งปัน มีน้าใจ, 7 มิถุนายน 2548. http://www.m-culture.go.th/culture01/highlight/highlightdetail.
php?highlight_id=114&lang=th
Lynch, T. (1996). DS9 trials and tribble-ations review. Retrieved October 8,1997, from Psi Phi:
Bradley’s Science Fiction Club Website: http://www.bradley.edu/psiphi/ DS9/ep/503r.html
กองบรรณาธิการวารสารบัณฑิตวิจัย
สำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย ชั้น ๑๓ อาคารราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
เลขที่ ๒๐๒ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
๕๐๓๐๐ หรือ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่
E-mail Address: graduatejournal@cmru.ac.th
แบบนำส่งบทความวิจัยเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตวิจัย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
วัน/เดือน/ปี ที่ส่งบทความวิจัย............/................................/.................
ชื่อสกุล ผู้เขียนบทความวิจัย.............................................................................................................................................................................
นักศึกษาระดับ O ปริญญาโท สาขา.........................................................มหาวิทยาลัย........................................................................
O ปริญญาเอก สาขา.........................................................มหาวิทยาลัย........................................................................
สถานที่ติดต่อได้สะดวก........................................................................................................................................................................................จังหวัด.....................................................................................รหัสไปรษณีย์.............................โทรศัพท์...........................................................โทรสาร..............................................โทรศัพท์มือถือ......................................................E-mail…………………………….…………………………………..
ชื่อเรื่อง(ภาษาไทย)..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... (ภาษาอังกฤษ)................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ....................................................................................ผู้ส่งบทความ
(......................................................................................)
คำรับรองของอาจารย์ที่ปรึกษา
ข้าพเจ้าได้พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงพัฒนาบทความวิจัย และนักศึกษาได้แก้ไขตามข้อเสนอแนะดังกล่าวแล้ว ข้าพเจ้าขอรับรองว่าบทความวิจัยของนักศึกษามีคุณภาพและสามารถนำไปเผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการได้
ลงชื่อ................................................................................................อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ (หลัก)
(........................................................................................................)
ลงชื่อ................................................................................................อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ (ร่วม)
(.........................................................................................................)
ลงชื่อ................................................................................................อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ (ร่วม)
(.........................................................................................................)
สำหรับเจ้าหน้าที่
เลขรับบทความ...................................................................//ป ที่ได้รับบทความ...............................................................
//ป ที่ส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิ....................................................//ป ที่ได้รับคืน......................................................
ชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาบทความ........................................................................................................................................
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้รับค่าลงทะเบียนบทความวารสารบัณฑิตวิจัยปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑ (สำหรับบุคคลภายนอก) จาก................................................................................................................................................
สังกัด............................................................................................. เป็นจำนวนเงิน .......................................................บาท ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงลงนามรับทราบ
ลงชื่อ...........................................................
ผู้ตอบรับ

.........../................../.................

การส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสาร “วารสารบัณฑิตวิจัย” บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

 
MBA Marketing © 2015